วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชาวนากับสิงโต

ชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงเเกะกับเเพะไว้หลายสิบตัว วันหนึ่ง มีสิงโตตัวใหญ่พลัด
หลงเข้าไปในอาณาบริเวณบ้าน ของชาวนา เขาจึงรีบปิดประตูรั้วไว้เพื่อมิให้
สิงโต ออกไป จากบริเวณบ้านได้

เมื่อสิงโตถูกขังเช่นนั้นก็มิได้เดือดเนื้อร้อนใจนัก เมื่อ มันหิว
มันก็จับเเพะกับเเกะกินเป็นอาหารอย่างอิ่มหนำ สำราญใจ

ชาวนาเห็นเเพะกับเเกะของตนถูกจับกินไปหลายตัวจึง รีบ
เปิดประตูรั้วที่ล้อมรอบบ้านไว้ เพื่อปล่อยให้สิงโต กลับออกไปเป็นอิสระได้

"โธ่ไม่น่าเลยเรา" ชาวนานั่งคร่ำครวญเสียดาย เเพะกับ เเกะ ของตน
เมียของชาวนาจึงได้เเต่สมน้ำหน้า ที่สามีอยากเเกล้งขังสิงโตไว้ในบ้านดีนัก


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าเลี้ยงสัตว์ดุร้าย เเละ โจร ไว้ในบ้านเป็นอันขาด

ป้ายกำกับ: , ,

ชาวนากับงูเห่า

ชาวนาเดินออกจากบ้านในเช้าฤดูหนาววันหนึ่ง

ระหว่างทางพบงูเห่าตัวหนึ่งนอนตัวเเข็งใกล้ตายอยู่บนคันนา ด้วยความเหน็บหนาว

ชาวนาเวทนานักจึงก้มลงประคองมันขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมเเขน เพื่อให้มันคลายหนาว

เมื่องูเห่าได้รับความอบอุ่นก็เริ่มมีกำลังขึ้น มันจึงกัดชาวนา ก่อนที่จะเลื้อยหนีไป

ชาวนาทนพิษบาดเเผลไม่ไหวจึงสิ้นใจตายในไม่ช้า



ข้องแวะกับคนชั่ว อาจนำภัยมาให้ (นิทานเรื่องนี้ตรงกับมงคลชีวิตข้อที่ 1
คือไม่คบคนพาล)

ป้ายกำกับ: ,

ชาวนากับเทพารักษ์

ชาวนาผู้หนึ่งนั่งร้องไห้บนบานขอให้เทพารักษ์มาช่วย

"เกวียนติดอยู่ในหล่มลึกอย่างนี้ ลูกจะทำอย่างไรได้ ท่านเทพยดา
ผู้รักษาป่าขอจงมาช่วยลูกด้วยเถิด"

เทพรักษ์ปรากฏกายตรงหน้าชาวนาเเล้วกล่าวว่า

"ถ้าอยากยกเกวียนให้พ้นหล่ม ก็จะเอาบ่าของเจ้าสอดไปใต้ล้อ
เเล้วออกเเรงยกเกวียนขึ้นเท่านั้นเอง"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


จงพยายามช่วยตัวเองก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

ป้ายกำกับ: ,

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชายพเนจรอกตัญญู

ชายสองคนเดินทางพเนจรไปเรื่อยๆ เมื่อพบไม้พุ่มหนึ่ง จึงชวนกันหยุดพัก
ใต้ร่มเงาของพุ่มไม้

ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงวันที่เเดดร้อนจัด ชายคนหนึ่งเอนตัวลง นอน ใต้เงา
ไม้พลางเเหงนมองดูพุ่มไม้เเล้วกล่าวว่า

"ไม้พุ่มนี้ไม่มีผลให้เรากินเลยนะ"

อีกคนก็เอ่ยบ้างว่า

"จริงด้วย ไม้พุ่มนี้ช่างไร้ประโยชน์เสียจริงๆ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนโง่เเละคนชั่วมักเป็นคนอกตัญญ

ป้ายกำกับ: ,

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชายโง่กับต้นไผ่

ชายโง่กับต้นไผ่
เมื่อบิดาตายเเล้วชายผู้โง่เขลาเบาปัญญาก็นั่งมองต้นไผ่ที่บิดาปลูกไว้รอบๆ สวน
พลางคิดว่า

"ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย ไม่มีดอกไม่มีผลให้เก็บไปขาย"

คิดดังนั้นชายโง่ก็ให้คนงานตัดต้นไผ่ทิ้งจนหมด

หลังจากนั้นสัตว์ต่างๆ เเละคนพเนจรก็พากันเข้าออกในสวนอย่างสะดวก สบาย

สวนผลไม้จึงได้รับความเสียหาย ทั้งถุกขโมยผล ทั้งถูกเหยียบย่ำทำลาย ในที่สุดผลไม้ก็ตาย
หมดทั้งสวนเพราะไม่มีต้นไผ่ที่เป็นเสมือนรั้วล้อมรอบ ป้องกันภัยอย่างเเต่ก่อน

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ของทุกสิ่งย่อมมีประโยชน์ในทางที่เเตกต่างกัน

ป้ายกำกับ: ,

ค้างคาวเลือกพวก

ค้างคาวเลือกพวก
ค้างคาวนั้นถือว่าตนก็มีปีกเหมือนนก เเละก็มีหูเหมือนสัตว์ อื่นทั่วๆ ไป

ดังนั้นเมื่อนกยกพวกไปต่อสู่กับสัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ขอตัวไม่ เข้าข้างฝ่ายใดโดยทำตัวเป็นกลาง

เเต่เมื่อพวกของนกมีท่าทีว่าจะชนะ ค้างคาวก็ประกาศตัว ไปเข้ากับฝ่ายนก

ต่อมาพวกนกจะพลาดท่าเสียทีเเก่สัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ผละ จากนกไปเข้าพวกกับสัตว์อื่นๆ

ต่อมานกต่อสู้จนใกล้จะได้ชัย ค้างคาวก็กลับมาอยู่ข้างฝ่ายพวก นกอีก

เมื่อนกกับสัตว์อื่นๆ ทำสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกัน ทั้งสองต่างก็ขับไล่ค้างคาว ไม่ยอมให้เข้าพวกด้วย

ค้างคาวอับอายจึงไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จะออกจากถ้ำไปหา อาหาร ในตอนกลางคืนเท่านั้น

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ผู้ที่ขาดความจริงใจ ไม่มีใครอยากคบหาด้วย

ป้ายกำกับ: ,

คางคกกับสุนัขจิ้งจอก

คางคกกับสุนัขจิ้งจอก
คางคกคุยอวดสุนัขจิ้งจอกว่า

"เจ้ารู้ไหมว่า ข้าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ ข้าเป็นหมอเทวดา มียาวิเศษมากมายหลายขนาน เจ้าเชื่อข้าเถอะนะ"

สุนัขจิ้งจอกได้ฟังก็หัวเราะเยาะเเล้วว่า

"ข้าก็อยากจะเชื่อเจ้าหรอกนะ ถ้าเจ้ารักษาผิวหนัง ตะปุ่มตะป่ำ ของเจ้าให้หายดีได้เสียก่อน "


***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ผู้อื่นย่อมเชื่อถือผลงาน มากกว่าคำโอ้อวด

ป้ายกำกับ: ,

คนหาปลากับพราน

คนหาปลากับพราน
วันหนึ่งคนหาปลาเดินสวนกับนายพรานเเละเห็นว่านายพราน มีเนื้อสัตว์มากมายจึงถามว่า

"ท่านพรานป่า ข้าขอเอาปลาเเลกกับเนื้อสัตว์บ้างได้หรือไม่"

นายพรานเห็นคนหาปลามีปลาหลายตัวก็นึกอยากจะลองกิน เนื้อปลา

วันต่อๆ มาคนหาปลากับพรานก็นัดพบเพื่อเเลกเปลี่ยนอาหารกัน ทุกวัน

จนกระทั่งวันหนึ่งคนหาปลาก็เอ่ยขึ้นว่า

"ท่านยังอยากจะเเลกเนื้อกับปลาอยู่หรือไม่"

นายพรานก็ตอบว่าตนเริ่มเบื่อปลาเเละอยากกินเนื้อดังเดิมเเล้ว

ทั้งสองจึงตกลงเลิกเเลกเปลี่ยนอาหารกันอีกต่อไป

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คนเรามักอยากลิ้มลองของใหม่ เเต่ไม่นานก็ต้องเห็นค่าของ ของเก่า

ป้ายกำกับ: ,

คนหาปลา

คนหาปลา
ชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งเป่าขลุ่ยอย่างไพเราะอยู่ที่ริมเเม่น้ำเพื่อหวัง จะเรียกปลาขึ้นมาจากน้ำ เเล้วตนจะได้จับเอาไปเป็นอาหาร

เพลงเเล้วเพลงเล่าผ่านไป ชายหนุ่มก็ต้องโมโหที่ไม่เห็นปลา สักตัวผุดจากน้ำขึ้นมาตามเสียงขลุ่ยอันไพเราะของเขา

ดังนั้นเขาจึงกลับบ้านไปเอาเหมาเหวี่ยงลงน้ำไม่ช้าก็ได้ปลาเล็ก ปลาน้อยติดร่างเเหหลายสิบตัว

ชายหนุ่มคนหาปลาขัดเคืองใจนักจึงบ่นตำหนิปลาว่า

"ทีอย่างนี้กระโดดโลดเต้นกันใหญ่ ที่เป่าขลุ่ยให้ฟังกลับทำ เงียบเฉย"

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คิดทำการใด ควรหาวิธีการหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม กิจการนั้น จึงจะสำเร็จผลได้

ป้ายกำกับ: ,

คนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก

คนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก
คนตัดไม้พาสุนัขจิ้งจอกเข้าไปซ่อนที่ข้างกระท่อม เมื่อถูกขอความช่วยเหลือ

พวกล่าสัตว์จูงหมาล่าเนื้อมาถึงก็ถามคนตัดไม้ว่าเห็น สุนัขจิ้งจอกหรือไม่

"ไม่เห็นเลยเพื่อนเอ๋ย"

คนตัดไม้ปฏิเสธเเต่ก็ชี้นิ้วไปทางข้างกระท่อม

พวกล่าสัตว์ไม่เข้าใจสัญญาณบอกใบ้นั้นจึงพากัน กลับไป

สุนัขจิ้งจอกรออยู่อีกสักครู่ก็ออกมาจากที่ซ่อนเเล้ววิ่ง ผ่านหน้าคนตัดไม้ไป คนตัดไม้จึงร้องขึ้นว่า

"ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าไม่ขอบคุณเข้าเลยหรือ"

"ลิ้นของเจ้าไม่ตรงเหมือนนิ้วของเจ้าเลยนะจะให ้ขอบใจได้อย่างไร"

สุนัขจิ้งจอกกล่าวเเล้วก็วิ่งเข้าป่าไป

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คนไม่เชื่อ ย่อมไม่มีผู้ใดนับถือ

ป้ายกำกับ: ,

คนตัดไม้กับเทพารัักษ์

คนตัดไม้กับเทพารัักษ์
คนตัดไม้นั่งร้องไห้อยู่ริมลำธารเพราะทำขวานตกลงไป

เทพารักษ์สงสารจึงลงไปงมเอาขวานทองคำมาให้

คนตัดไม้เป็นคนซื่อจึงตอบว่าขวานทองนั้นไม่ใช่ของตน ครั้นเทพารักษ์งมเอาขวานเงินมาให้ เขาก็ไม่รับ

เทพารักษ์จึงงมเอาขวานเหล็กธรรมดาๆ มาให้ คนตัดไม้จึงดีใจ บอกว่าเป็นขวานของตน

เทพารักษ์ชื่นชมในความซื่อตรงของคนตัดไม้ จึงมอบ ขวานทองเเละขวานเงินให้เป็นของขวัญ

คนตัดไม้ดีใจ กลับบ้านไปเล่าให้เพื่อนฟัง

เพื่อนคนนั้นเป็นคนโลภ จึงรีบเข้าป่าไปตัดไม้เเล้วเเกล้ง ทำขวานตกลงไปในลำธารเพื่อให้เทพารักษ์มาช่วยบ้าง

เมื่อเทพารักษ์ปรากฏกายมาช่วยงมเอาขวานทองคำมาให้ ชายโลภก็รีบตอบรับว่านั่นคือขวานของเขา

เทพารักษ์กริ้วที่ชายผู้นั้นพูดเท็จเพราะโลภมากจึงไม่ยอมให้ ขวานทองคำเเก่เขา ปล่อยให้เขานั่งร้องไห้เลียดายขวานเหล็ก ตามลำพัง

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ความซื่อย่อมนำความเจริญให้ได้ดีกว่าความโลภ

ป้ายกำกับ: ,

ขอบคุณที่มา

นิทานดังกล่าว
ขอบคุณ http://www.fungdham.com/

ป้ายกำกับ:

คนขี้เหนียวกับทองคำ

คนขี้เหนียวกับทองคำ
ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดิน ไว้รอบๆ บ้านไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์

ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทอง ไว้หลาย เเห่ง เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดเเล้วซื้อทองคำเเท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดูทุกวัน

คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุด เอาทองเเท่งไปเสีย

ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสียใจ ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง

เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชดประชันว่า

"ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอาเอามาใช้อยู่เเล้ว"

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า

ป้ายกำกับ: ,

คนกับเงาของลา

คนกับเงาของลา
เจ้าของลาเดินจูงลาออกจากนครเอเธนส์ ชายหนุ่มคนหนึ่ง จึง เข้าไปหาพลางถามว่า

"ข้าขอเช่าลาของท่านได้หรือไม่"

เจ้าของลายอมให้ชายหนุ่มเช่าลาขี่จากเอเธนส์มุ่งสู่อีกเมือง หนึ่งอากาศกลางฤดูร้อนนั้นยิ่งร้อนจัดในยามเที่ยง

ชายหนุ่มจึงลงจากหลังลามานั่งพักในร่มเงาของลา เเต่ทว่า เจ้าของลาไม่ยอมเพราะอ้างว่า เขาขอเช่าเเต่ลา มิได้เช่าเงา ของลาด้วย

ชายหนุ่มผู้ชายก็ไม่ยอม สองคนเเย่งกันจะนั่งในร่มเงาของลา จนถึงกับทะเลาะวิวาทเเละต่อยตีกันเป็นการใหญ่

ลาจึงฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไปเป็นอิสระในที่สุด

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

เมื่อไม่ใช้สติเเละความรอมชอมต่อกันย่อมเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

ป้ายกำกับ: ,

คนเลี้ยงเเพะ

คนเลี้ยงเเพะ
ขณะที่พาฝูงเเพะของตนไปหลบพายุในถ้ำ คนเลี้ยงเเพะก็พบ ฝูงเเพะป่าหลบอยู่ในถ้ำด้วยเช่นกัน

"ฝูงเเพะป่านี้เป็นฝูงใหญ่ มีเเพะมากกว่าฝูงเเพะของเราหลาย เท่านัก เราน่าจะเอาเเพะป่าฝูงใหญ่ไปเลี้ยงเเทนฝูงเดิมดีกว่า"

เมื่อคนเลี้ยงเเพะคิดได้ดังนั้นเเล้วก็นำเอาใบไม้ที่เตรียมมาไว้ให้ ฝูงเเพะเดิม ของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด

ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมของตนไปให้ฝูงเเพะป่ากินจนหมด

ครั้นเมื่อพายุสงบลง ฝูงเเพะป่าก็วิ่งออกจากถ้ำเข้าป่าไป ฝูงเเพะเดิมก็ตายกันหมดเพราะอดอาหาร

คนเลี้ยงเเพะจึงได้เเต่นั่งร้องไห้ให้เพื่อนบ้านหัวเราะเยาะต่อไป

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

เห็นเเก่มิตรใหม่จนทอดทิ้งมิตรเก่า ก็จะไม่ได้ใครเลย

ป้ายกำกับ: ,

เเกะกับหมาป่า

เเกะกับหมาป่า
หมาป่ากล่าวกับฝูงเเกะว่า

"การที่เราต้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานานเช่นนี้ก็เพราะว่าสุนัข ที่เฝ้าพวกเจ้านั่นเเหละเป็นมือที่สามคอยเห่าคอยยุให้เราสองฝ่าย ต้องเป็นศัตรูกัน ถ้าไม่มีสุนัขพวกนี้ เราต่างก็คงอยู่อย่างสงบสุข พวกข้าไม่ต้องไล่กัดเจ้า เเละพวกเจ้าก็ไม่ต้องคอยหนีข้า เรามาเป็นมิตรกันดีกว่านะ"

หมาป่าเจรจาหว่านล้อมจนพวกฝูงเเกะเห็นดีด้วย

โดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน ฝูงเเกะก็ตัดสินใจขับไล่พวกสุนัข เฝ้าฝูงเเกะไปเสียหมด

หลังจากนั้นพวกหมาป่าก็เข้าไล่จับเเกะกินเป็นอาหารได้อย่าง สะดวกสบาย

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ถ้าไว้วางใจคนเคยเป็นศัตรูมากว่าคนเคยช่วยเหลือกัน ก็ย่อมได้รับแต่โทษภัย

ป้ายกำกับ: ,

ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็นไก่ฟ้าเกาะอยู่บนกิ่งไม้ สูงข้างทาง

มันอยากจะกินไก่ฟ้าเป็นยิ่งนักจึงคิดหาอุบายเเล้วเอ่ยขึ้นว่า

"ไก่ฟ้าเอ๋ย ท่านช่างเป็นสัตว์ที่งดงามนัก ปีกของท่านมีสีสัน สดใสหลายสี ปากก็งดงามไม่เหมือนใคร อยากรู้จังว่าถ้าท่าน หลับตา เเล้วยังจะงามอยู่หรือไม่"

ไก่ฟ้าได้ฟังคำยกยอก็หลงเคลิบเคลิ้ม รีบหลับตาอวดทันที

สุนัขจิ้งจอกก็รีบฉวยโอกาสนั้นกระโดดงับตัวไก่ฟ้าไว้ได้

เมื่อไก่ฟ้าพลาดท่า เเต่ก็ยังมีสติ จึงเอ่ยขึ้นว่า

"จิ้งจอกเอ๋ย ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงอันไพเราะของท่าน อีกครั้งได้ไหม"

สุนัขจิ้งจอกได้ฟังคำป้อยอก็หลงกล รีบอ้าปากเห่าคำราม ไก่ฟ้าจึงรีบบินหนีจากไปทันที

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คำยกยอปอปั้นทำให้คนหลงเคลิบเคลิ้มจนไม่ระวังตนได้เสมอ

ป้ายกำกับ: ,

กาอยากเป็นหงส์

กาอยากเป็นหงส์
กานั้นมีขนที่ดำสนิทเเละเป็นเงางาม เเต่ทว่าพวกกา กลับมิได้พึงพอใจในความเป็นตัวเอง

พวกกาเห็นว่าหงส์นั้นมีขนสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ก็พากันนึกอิจฉา เเละ ยากที่จะมีขนสีขาวเช่นนั้นบ้าง

"สงสัยว่า คงเป็นเพราะหงส์ ชอบลงอาบน้ำอยู่เสมอ เเละ ก็ยังพำนักพักอาศัยอยู่ใกล้ สระน้ำด้วย"

กาตัวหนึ่งคาดคะเน กาอีกตัวหนึ่งจึงสนับสนุนว่า

"นั่นน่ะสิ ถ้าพวกเราว่ายน้ำบ่อยๆ เเละพักอยู่ใกล้สระน้ำ เราก็คงจะขาวเหมือนหงส์นะ"

เมื่อเห็นดีเห็นงามด้วยกันเช่นนั้น พวกกาก็พากันละทิ้ง เทวสถานอันเป็นที่พำนักพักอาศัยมาตั้งเเต่เดิม เเล้วพากันอพยพไปอยู่ที่ริมสระน้ำ

พวกกาชวนกันลงเล่นน้ำทุกวันเเละไซ้ขนเป็นประจำ อย่างหงส์เเต่พวกมันก็มิได้มีขนที่ขาวขึ้นเเต่อย่างใด

กายังคงมีขนสีดำสนิทเช่นเดิน เเต่ทว่ามันไม่อาจมี ความสุขดังเดิมเพราะสถานที่ใหม่นั้นมิได้มีอาหาร การกินอุดมบรูณ์เหมือนที่เคยอยู่ ดังนั้นพวกกาจึง อดตายกันหมดในเวลาต่อมา

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

การหลงลืมธรรมชาติของตนนั้น เเม้ว่าจะเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนสังคม เเต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยน ธรรมชาติดั้งเดิม ของตนได

ป้ายกำกับ: ,

กาหลงฝูง

กาหลงฝูง
เพราะความไม่พอใจในตัวเอง กาตัวหนึ่งจึงไปเก็บ ขนของนกยูงที่สลัดทิ้งไว้มาปักเเซมใส่ขนของตน จนเต็มตัว ด้วยหวังจะมีขนหลากสีสันสวยงามอย่าง นกยูงบ้าง

" ข้ามีขนงามกว่าขนดำๆ ของพวกเจ้า ข้าไม่อยู่กับ พวกเจ้าดีกว่า"
การังเกียจพวกพ้องของตนเเล้วออกจากกลุ่มเข้าไป ปะปนอยู่กับฝูงนกยูง

พวกนกยูงเห็นกาหลงเข้ามาก็พากันรุมจิกตีจนขนนกยูง ที่เเซมอยู่ทั่วตัวนั้นหลุดกระจายไป เหลือเเต่ขนจริงสีดำสนิท

กาดำถูกนกยูงขับไล่ออกจากฝูง ครั้นกลับไปหาพวก ของตนก็ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย


***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ถ้ารังเกียจเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของตนเอง ก็ย่อมจะถูกผู้อื่น รังเกียจด้วย

ป้ายกำกับ: ,

กาบ้ายอ

กาบ้ายอ
สุนัขจิ้งจอกเห็นกามีเนื้อชิ้นโตอยู่ในปาก จึงเอ่ยว่า

" เพื่อนกาเอ๋ย ตาของเพื่อนช่างงามราวกับตาเหยี่ยว ปีกก็เป็นเงางามดั่งปีกนกอินทรี ข้าอยากรู้นักว่าถ้า เพื่อนร้องเพลง เสียงของเพื่อนจะไพเราะเพราะ พริ้งเพียงใด "

กาได้ฟังคำป้อยอก็ชอบใจ รีบอ้าปากร้องเพลงอวด สุนัขจิ้งจอกทันใด

เมื่อกาอ้าปาก ชิ้นเนื้อก็ตกลงมาที่พื้น สุนัขจิ้งจอก ก็เข้าไปคาบ เนื้อเเล้ววิ่งจากไปทันที


***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คนที่มาเฝ้ายกยอปอปั้น ย่อมหวังได้ประโยชน์จากเรา

ป้ายกำกับ: ,

กากับนกนางเเอ่น

กากับนกนางเเอ่น
นกนางเเอ่นถามกาว่า

" เจ้าว่าขนของข้ากับขนของเจ้า ใครจะงามกว่ากัน "
กามองขนของตนเเล้วตอบว่า
" ข้าว่าขนของข้าก็สวยดีนะ "
นกนางเเอ่นขยับปีกพลางว่า
" เเต่เจ้าดูสิ ขอนของข้าดูสวยเป็นพิเศษในฤดูร้อน อย่างนี้ "
กาจึงกล่าวว่า
" ก็จริงนะ เเต่ขนของข้างามทุกฤดู ไม่ว่าฤดูใดมันก็ จะดำเช่นนี้"

***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

ความงามที่คงทนยั่งยืน ย่อมเป็นความงามที่เเท้จริง

ป้ายกำกับ: ,

กวางป่ากับพวงองุ่น

กวางป่ากับพวงองุ่น
กวางป่าวิ่งไปในเพิงองุ่นเพื่อซ่อนตัวจากการตามล่า ของนายพราน

" ขอให้ข้าซ่อนตัวด้วยเถิดนะองุ่น "
กวางป่ากล่าวอย่างนอบน้อม องุ่นก็อนุญาติ
เมื่อพรานตามมาถึงบริเวณนั้นเเต่ไม่พบกวางป่า ก็จึง วิ่งไปอีกทางหนึ่ง

กวางป่าเห็นว่าปลอดภัยเเล้วจึงกัดพวงองุ่นอย่าง เอร็ดอร่อย
" เจ้ากินข้าทำไมเพื่อนเอ๋ย "
ตัวองุ่นถามอย่างน้อยใจ กวางป่าจึงว่า
" ถ้าข้าไม่กินเจ้า ก็มีคนอื่นมากินเจ้าอยู่ดีนั่นเเหละ "

ขณะที่กัดกินพวงองุ่นเอง พรานอีกคนหนึ่งผ่นมาเห็นว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหว อยู่ใต้เพิงองุ่นจึงเล็งธนูยิงใส่กวางป่าทันที


***นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า***

คนไม่รู้บุญคุณคนมักประสพความหายนะ

ป้ายกำกับ: ,

ใครหนอ...สร้างนิทานอีสป

ใครหนอ...สร้างนิทานอีสป

นิทานที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมากที่สุดรวมถึงในประเทศไทยด้วย คงหนีไม่พ้นนิทานอีสป ซึ่งนอกจากจะมีเรื่องราวสนุกสนานแล้วด้านหลังเล่มยังมีคติสอนใจจากเนื้อเรื่อง ด้วยคำว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

หลายคนนึกสงสัยว่า ใครหนอ ช่างคิดเรื่องราวที่สนุกและแฝงแง่คิดที่ใช้ได้ไม่ล้าสมัยน้า...

วันนี้มีคำตอบมาเฉลยให้หายสงสัย

"นิทานอีสป" มีต้นกำเนิดอยู่ที่อาณาจักรกรีกโบราณ ซึ่งเจ้าของเรื่องเล่าอันสุดแสนสนุกไม่ใช่นักปราชญ์แต่เป็นทาสที่ไร้การศึกษาแต่เปี่ยมไปด้วยเชาวน์ปัญญาต่างหาก!!!

และชื่อของเขาคือ อีสป ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนิทานอีสปนั่นเอง

อีสปเป็นชายผิวสีชาวแอฟริกาที่มีชีวิตอยู่ในนครรัฐกรีกและต้องการทำมาหากินโดยการขายตัวเป็นทาส แต่โชคร้ายที่รูปร่างหน้าตาของเขาไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานที่พิจารณาคนที่มีความสามารถด้านการต่อสู้เป็นหลัก แต่พระเจ้ากลับประทานมันสมองอันเลอเลิศให้แก่อีสปเป็นการตอบแทน เขาจึงหันมาใช้สติปัญญาในการหาเลี้ยงชีพแทนการใช้กำลัง

สุดท้ายแล้วอีสปก็สามารถเอาชนะใจคนกรีกได้ ด้วยการเล่าเรื่องธรรมดาๆ แต่สอดแทรกด้วยปรัชญา แง่คิด และคติสอนใจต่างๆ ซึ่งเมื่อใครได้ฟังก็สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ อีกทั้งยังนำคติสอนใจที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวเองได้ด้วย

ลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งของเรื่องราวจากอีสปก็คือ เขาจะใช้ตัวละครที่เป็นสิงสาราสัตว์ทั่วไป เช่น "หมาป่ากับลูกแกะ, สุนัขกับเงา, ราชสีห์กับหนู" หรือ "สุนัขจิ้งจอกกับกา" เป็นต้น

ความรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำราหรือในระบบการศึกษาเท่านั้น หากเรารู้จักค้นคว้าหาความรู้รอบตัวก็จะเป็นคนฉลาดแบบอีสปได้เหมือนกันนะ

ขอบคุณ http://www.fungdham.com

ป้ายกำกับ: ,

กบกับหนู

กบกับหนู
หนูเเก่ตัวหนึ่งเดินทางเเรมรอนมาจนถึงลำธารที่ชายป่า หนูต้องการจะข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามจึงเข้าไปหาเจ้ากบ ตัวน้อยที่ริมลำธาร เเล้วเอ่ยขอให้กบช่วยพาข้าม ลำธาร เเล้วเอ่ยขอให้กบช่วยพาข้ามลำธารด้วย

กบน้อยมองหนูเเล้วปฏิเสธอย่างสุภาพว่า
" โธ่ ฉันน่ะตัวเล็กพอๆ กับท่าน เเล้วจะพาท่านข้ามไปได้ อย่างไรกันล่ะจ๊ะ "
เเต่หนูไม่ยอม กลับอ้างว่าตนเป็นสัตว์ผู้อาวุโสกว่า ถ้ากบ ไม่ช่วยตนก็จะไปป่าวประกาศให้สรรพสัตว์ทั้งหลายรู้ถึง ความใจดำของกบ

เมื่อถูกขู่เข็ญเช่นนั้น กบจึงต้องจำยอมให้หนูเอาเท้าผูก กับเท้าของตนเเล้วก็พาว่ายข้ามลำธาร เเต่ทว่าพอว่ายไปได้เเค่ครึ่งทางเท่านั้นกบก็เริ่มหมดเเรง
ก่อนที่ทั้งคู่จะจมน้ำตาย เหยี่ยวตัวหนึ่งก็โฉบลงมาจิกเอา ทั้งกบเเละหนูไปกิน



คิดประโยชน์จากผู้ที่ไม่สามารถให้ได้ ย่อมมีเเต่เสียหาย

ป้ายกำกับ: ,

Custom Search